สุราษฎร์ธานี เมืองดี ๆ ที่พักฟิน ๆ



20 Sep 2018

     กลับมาแล้วค่ะทุกคน กลับมาคราวนี้เราจะพาทุกคนไปฟินกันที่จังหวัดแห่งเมืองไข่เค็ม จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างเขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดที่มีผลไม้ขึ้นชื่ออย่างเงาะโรงเรียนนาสาร จังหวัดที่หลายคนชอบเล่นมุกว่าจะเจาะไข่แดง ผ่าม พ่ามม !!! และจังหวัดที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั้นก็คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมืองดี ๆ ที่พักฟิน ๆ นั่นเอง ช้าไม่ได้แล้วหละค่ะ แพ็กกระเป๋า เหมาทัวร์ไปใต้กันเถอะ

มาถึงสุราษฎร์ทั้งทีจะทำไรดีนะ ?

     อย่างแรกเลยค่ะ เราต้องเที่ยว เที่ยว เที่ยว เที่ยว และที่แรกที่เราจะพาทุกคนไปเช็กอิน ต้องยกให้ที่นี่เลยค่ะ อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวสำคัญที่ใครมาสุราษฎร์ธานีจะต้องมากราบไหว้สักการะบูชา เพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิต

1.วัดพระบรมธาตุไชยาวรวิหาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่ตั้ง : 50 หมู่ที่ 3 ตำบลเวียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

      การเริ่มต้นด้วยสิ่งที่เป็นสิริมงคลในชีวิตนับเป็นเรื่องราวดี ๆ ของการล่องใต้ของเราในครั้งนี้ค่ะ เพราะวัดพระบรมธาตุไชยาวรวิหาร ถือเป็นวัดคู่บานคู่เมืองของชาวสุราษฎร์ เพราะวัดแห่งนี้เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของช่าง ศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยไว้ได้สมบูรณ์ วัดพระบรมธาตุไชยาจึงเป็นวัดที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวไชยาและสุราษฎร์ธานีมานานนับแต่โบราณกาล ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญแก่วัดประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติและยกฐานะวัดเป็นพระอารามหลวง และเป็นหนึ่งในสามของโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของภาคใต้ โดยเจดีย์พระบรมธาตุไชยาเป็นสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัยองค์เดียวที่ยังอยู่ในสภาพที่ดีที่สุด สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-14 ไม่ปรากฎประวัติการสร้างและผู้สร้าง เข้าใจว่าสร้างในขณะที่เมือง “ไชยา” สมัยศรีวิชัยกำลังเจริญรุ่งเรืองสูงสุด เจดีย์พระบรมธาตุนี้เป็นสัญลักษณ์ในดวงตราประจำจังหวัด และเป็นสัญลักษณ์ในธง ประจำกอง และผ้าพันคอลูกเสือด้วย ซึ่งถือกันว่าถ้าใครไปเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี หากไม่ได้ไปนมัสการพระบรมธาตุไชยาแล้ว ก็เหมือนกับยังไปไม่ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานีนะขอบอก

2.เกาะสมุย

      หากพูดถึงสุราษฎร์นั้น ต้องมีชื่อ เกาะสมุย เพราะเป็นสถานที่อันดับแรกที่ทำให้จังหวัดนี้มีชื่อเสียง เกาะสมุยนั้นไม่เพียงแต้เป็นเกาะขึ้นชื่อในเมืองไทยเท่านั้น แต่เป็นเกาะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ  เกาะสมุย เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยทรายขาวมีชื่อหลายแห่ง อาทิ หาดเฉวง หาดนาเทียน หาดตลิ่งงาม หาดละไม เดิมมีชื่อเสียง ในฐานะเป็นแหล่งปลูกมะพร้าว ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่ชาวต่างประเทศ นิยมเดินทางมาท่องเที่ยว มีร้านค้า โรงแรม และสถานบันเทิงต่าง ๆ มากมาย นักท่องเที่ยวที่ต้องการหาดทราย ทะเล สายลม และแสงแดด ชายหาดที่ทอดยาวขนานไปกับทะเล ต้นมะพร้าวริมชายหาดและน้ำทะเลสวยใส ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่เคยไปสมุยมาแล้วต้องหวนกลับไปอีกครั้งแล้วครั้งเล่า

3.เขื่อนรัชประภา หรือ เขื่อนเชี่ยวหลาน

ที่ตั้ง : ตำบล เขาพัง อำเภอ บ้านตาขุน สุราษฎร์ธานี 84230

=

       อีกแลนมาร์กสำคัญเมื่อพูดถึงจังหวัดสุราษฎร์ แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่หนุ่มสาวเลือกไปพักผ่อนหย่อนใจ ผ่อนคลายอารมณ์ หลีกหนีความวุ่นวาย นอกจากจะมีธรรมชาติที่สวยงาม บรรยากาศสุดแสนโรแมนติกให้ทุกคนได้เสพสม สถานที่แห่งนี้ยังเป็นเสมือนแหล่งท่องเที่ยวที่ตัดขาดจากโลกภายนอก เพราะสัญญาณโทรศัพท์เข้าไม่ถึง ทำผู้คนที่มาพักผ่อนได้ซึบซับกับความสุขของโลกแห่งความสงบอย่างแท้จริง ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ ตื่นเช้าก็ได้สัมผัสกับทะเลหมอกกลางภูเขาหินปูน รายล้อมด้วยแหล่งท่องเที่ยวทั้งถ้ำ น้ำตก ภูเขา พร้อมด้วยกิจกรรมอีกมากมาย ทั้งล่องเรือดูนก ชมหมอก เดินป่าตะลุยถ้ำ ล่องเรือชมวิถีสัตว์ป่า เที่ยวน้ำตก ฯลฯ จนได้รับฉายาว่าเป็น "กุ้ยหลินเมืองไทย" หากใครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวไหน ลองเก็บเขื่อนรัชประภาไว้เป็นตัวเลือกของแพลนคุณดูได้นะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสวยงามของธรรมชาติแบบนี้ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งแล้วจะได้สิ่งมหัศจรรย์แห่งความสุขกลับบ้านไปอย่างที่คาดไม่ถึง

       จังหวัดสุราษฎร์นอกจากมีสถานที่สวย ๆ ให้ทุกคนได้ชมความงามกันแล้ว จังหวัดแห่งนี้ยังมีของกินขึ้นชื่อ ของฝากมากมายให้เลือกสรร หากตัวใจคุณพร้อมจะไปกิน ไปชอปกับเราแล้วหละก็ ตามไปดูกันเลยค่ะว่าจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้าง

1.ชอปปิงที่ร้านวิสาหกิจชุมชนสนธิวัฒน์

ที่ตั้ง : 12/1 หมู่ที่ 9 บ้านสน ตำบลกะแดะ อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84160

       ขึ้นชื่อว่าจังหวัดสุราษฎร์ธานี สินค้าขึ้นชื่อของที่นี่ต้องเป็นน้ำพริกหอยนางรม สินค้าโอทอประดับ 5 ดาว ของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสนธิวัฒน์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เริ่มทำน้ำพริกมาตั้งแต่ปี 2531 ก่อนที่ “เบญจนาฏ คงเจริญ” เข้ามาดูแลกิจการต่อจากคุณแม่ “วิมล คงเจริญ” ในปี 2547 แม้หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง เบญจนาฏจะทำงานอยู่ในกรุงเทพฯมาร่วม 10 กว่าปี แต่มองเห็นโอกาสในธุรกิจ เพราะน้ำพริกของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรสนธิวัฒน์เป็นสินค้าชุมชนตัวแรกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ได้รับมาตรฐานเครื่องหมาย อย.แล้วในขณะนั้น ไม่นานเบญจนาฏได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ทั้งฉลาก บรรจุภัณฑ์ และทำการตลาดน้ำพริกอย่างจริงจัง เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่การเก็บสถิติ การหาข้อมูล เพื่อทำผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลาด ในรุ่นคุณแม่วิมลมีการผลิตเพียงน้ำพริกเผาหลากรสชาติเท่านั้น เบญจนาฏจึงเริ่มพัฒนาโดยนำ “หอยนางรม” วัตถุดิบขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาเป็นส่วนประกอบ กลายเป็นน้ำพริกเผาหอยนางรม ต่อมาทำน้ำพริกตาแดง น้ำพริกปลา รวมถึงน้ำพริกอีกหลายรสชาติเพิ่มขึ้น เพราะเมื่อมีการออกร้านขายตามงานต่าง ๆ ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกับลูกค้า บางคนไม่กินน้ำพริกเผา จึงเริ่มทำน้ำพริกหลากหลายชนิด ทำให้มีผลตอบรับจากลูกค้าดีขึ้น หากใครสนใจแต่อยู่ไกลสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ https://www.thailandpostmart.com/provinces/suratthani/

2.ชอปปิงที่ร้านวรรม๊ะไหมไทย

ที่ตั้ง : หมู่ 2 87/2 ตำบล พุมเรียง อำเภอ ไชยา สุราษฎร์ธานี 84110

         นอกจากจะมีอาหารขึ้นชื่ออย่างน้ำพริกหอยนางรม จังหวัดสุราษฎร์แห่งนี้ยังมีผ้าไหมสวย ๆ ให้ทุกคนได้เลือกซื้อเป็นของฝากที่ผู้ซื้อชอบ ผู้ให้ประทับใจแน่นอน เพราะร้านวรรม๊ะไหมไทย ร้านผ้าไหมที่ใหญ่ที่สุดของภาคใต้ ศูนย์รวมผ้าไหมจากชุมชนทอผ้าบ้านพุมเรียง เปิดกิจการมากว่า 30 ปี สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นกันมารุ่นสู้รุ่น คุณหวันม๊ะ นุ้ยหมีม ทายาทที่เข้ามาสานต่อกิจการของครอบครัวรุ่นปัจจุบันเล่าให้เราฟังว่า แต่เดิมพ่อแม่และน้าเป็นคนทำผ้าไหมมาตลด ไม่ว่าจะทักถอหรือย้อมสี ตนเห็นมาตั้งแต่เด็ก จนเริ่มโตก็ฝึกทอผ้า ทำได้ทุกขั้นตอน เริ่มจากช่วยที่บ้านทำ และปัจจุบันก็เข้ามาดูแลกิจการเต็มตัว คุณวรรม๊ะเล่าต่อว่า ร้านวรรม๊ะ ดูแลการผลิตเองทุกขั้นตอนตั้งแต่การติดต่อนำเส้นไหมมาจากศูนย์เพาะพันธุ์ไหมจากทางอีสาน ย้อมไหม การสาวเส้นไหมที่ย้อมแล้ว การนำเส้นไหมเข้าหลอดไปจนถึงการทอผ้าไหม โดยปัจจุบันมีกลุ่มสตรีทอผ้าหมู่บ้านพุมเรียง เป็นกำลังหลักในการทอผ้าไหม ซึ่งแน่นอนว่าผ้าไหมของที่นี่สวยงามและมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนที่ใด ผ้าไหมทอบ้านพุมเรียง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปหัตถกรรมการทอผ้าของกลุ่มคนไทยมุสลิมในภาคใต้ ตำบลพุมเรียง อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานีผ้าทอบ้านพุมเรียงสืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน จนเป็นที่ยอมรับว่าผ้าไหมทอจากชุมชนพุมเรียงมีลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เนื่องจากเกิดจากภูมิปัญญาของคนทอแต่ละคน และแม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปแต่ผ้าทอบ้านพุมเรียงก็ยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ไม่เปลี่ยนและมีผ้าทอหลากหลายลวดลาย ไม่ว่าจะเป็นลลายดอกพิกุล ดอกมะลิ ดอกราชวัตร ลายเครือวาล ลายสร้อยแสงจันทร์ แสงจันทร์ และดอกมะยม ความโดดเด่นคือ ผ้ายกพุมเรียง คือ ผ้าไหมที่ทอยกลวดลายให้สูงกว่าเนื้อผ้า คำว่ายกมาจากลักษณะการทอเส้นด้ายที่เชิดขึ้น เรียกว่า “เส้นยก” สำหรับเส้นด้ายที่จมลงเรียกว่า “เส้นข่ม” แล้วพุ่งกระสวยไปในระหว่างกลาง ถ้าจะให้เกิดลายก็เลือกยกบางเส้นและข่มบางเส้นทอให้เกิดลวดลายขึ้น จึงเรียกว่า “ผ้ายก”

        อีกหนึ่งความน่าสนใจของผ้าทอชุมชนบ้านพุมเรียง คือลักษณะการถ่ายทอดวิชาความรู้เรื่องการทอผ้าสู่คนรุ่นหลัง เป็นวิธีการธรรรมชาติ เป็นความเคยชิน เกิดจากการสังเกต ส่วนมากจะเป็นเด็กผู้หญิงที่จะเริ่มช่วยทางบ้านทอผ้า โดยจะเริ่มหัดทอผ้าตั้งแต่เด็ก ซึ่งเอกลักษณ์ของการทอผ้าคือไม่มีเทคนิคขั้นตอนที่ตายตัว ไม่มีตำราหรือไม่มีบันทึกที่เป็นลายลักษณ์อักษร ต้องอาศัยการสอนจากผู้ใหญ่ และการสังเกต เรียนรู้และลงมือทำ ฝึกไปเรื่อย ๆ และถ่ายทอดกันไปเรื่อย ๆ จากรุ่นสู่รุ่น เรียกได้ว่าเป็นการเก็บรักษาวิชาและศิลปะการทอผ้าให้คงอยู่ หากใครที่สนใจผลิตภัณฑ์ผ้าไหมพุงเรียง เราขอแนะนำร้านวรรม๊ะไหมไทย แหล่งรวมผ้าไหมพุมเรียง จากกลุ่มสตรีทอผ้าหมู่บ้านพุมเรียง นอกจากจะได้ผ้าทอสวย ๆ ไปใช้แล้วยังช่วยสนับสนุนชุมชน กระจายรายได้สู่ชุมชน และเพื่อสืบสาน อนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมอันงดงามนี้ให้คงอยู่ตลอดไป หากใครสนใจแต่อยู่ไกลสามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่ https://www.thailandpostmart.com/provinces/suratthani/

3.ฝากท้องที่ร้านวิสาหกิจชุมชนไข่เค็มไชยา อสม.

ที่ตั้ง : 71 หมู่ 5 ต.เลม็ด อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี 84110

        ของอร่อยขึ้นชื่อของจังหวัดสุราษฎร์แห่งนี้คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก ไข่เค็ม เพราะไข่เค็มของที่นี่จะมีกระบวนการผลิตที่แปลกใหม่และต่างกับที่อื่น เป็นไข่เค็มที่มีไข่แดง มัน อร่อย รสชาติดี เป็นที่นิยมของผู้บริโภค เนื่องจากไข่เป็ดที่นำมาทำไข่เค็มนั้น ได้จากเป็ดที่เลี้ยงตามธรรมชาติ ผลิตจากฝีมือแรงงาน โดยการคัดสรรไข่เป็ดมาล้างทำความสะอาดอย่างดี และพอกด้วยแกลบหมักเกลือ (เดิมใช้ดินจอมปลวก ปัจจุบันหายากเต็มทน) บรรจุลงกล่อง แบ่งเป็นขนาดต่าง ๆ กัน ข้างกล่องจะมีฉลากปิดบอกวันที่จะสามารถเริ่มทอดเป็นไข่ดาวแสนอร่อยหอมมัน และช่วงเวลาที่สามารถนำไปต้มเป็นไข่เค็ม  เรียกได้ว่าหากใครได้มากินไข่เค็มไชยาจะต้องลืมความอร่อยของไข่เค็มที่อื่นอย่างแน่นอน เพราะที่นี่อร่อยจนต้องซื้อกลับบ้านไปตุนเก็บไว้หลาย ๆ กล่องกันเลยทีเดียว แต่หากใครที่อยากชิมความอร่อยแบบเรา ทางร้านก็มีบริการจัดส่งฟรีด้วยนะคะ เพียงแค่เข้าไปเลือกซื้อกันที่ https://www.thailandpostmart.com/provinces/suratthani/ ก็จะได้ความอร่อยแบบที่เรารู้สึก

มาถึงสุราษฎร์ทั้งทีจะพักที่ไหนดีนะ ?

        จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชม เพราะฉะนั้นหากใครมาเที่ยวจังหวัดแห่งเมืองไข่เค็มแบบนี้รับรองได้เลยว่ามีที่พักมากมายให้ทุกคนได้เลือกสรรตามใจชอบ วันนี้เราเลยได้คัดเลือก 3 ที่พักโดนใจมาฝากทุกคนกัน

1.สินมานะฟาร์มสเตย์

ที่ตั้ง : 73 ม.3 ต.พลายวาส กาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี 84160

       หากคุณกำลังหาสถานที่หนึ่งเพื่อหลบหนีความวุ่นวาย สินมานะฟาร์มสเตย์ คือคำตอบในสิ่งที่คุณต้องการอยู่ตอนนี้ เพราะคุณจะได้นอนสัมผัสลมเย็น ชมบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกลางทะเลในมุมที่ไม่เหมือนใคร  ได้ชิมหอยนางรมสดจากฟาร์ม ความสุขทั้งหมดหาได้ไม่ยากหากคุณได้มีโอกาสมาที่ สินมานะฟาร์ม  ฟาร์มสเตย์กลางทะเลแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยเจ้าของคือ คุณสมชาย สินมา เจ้าของธุรกิจฟาร์มเลี้ยง หอยแครงและหอยนางรม ในพื้นที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี  สินมานะ ฟาร์มสเตย์  เป็นฟาร์มเลี้ยงหอยนางรม และหอยแครง เป็นแหล่ง เรียนรู้และศึกษาการเลี้ยงหอย การวางอวน การเก็บ หอยเพื่อส่งขาย  นอกจากนี้ให้บริการที่พักแบบฟาร์มสเตย์เพื่อสัมผัสธรรมชาติรับลมเย็น กลางทะเลอีกด้วย มีมุมนั่งพักชมวิถีชีวิตของชาวประมง ชิมหอยนางลมสด และ อาหารทะเลผลผลิตจากฟาร์ม  กิจกรรมเรียนรู้และถ่ายทอดความรู้ เช่น มีการสาธิตวิธีการเลี้ยงหอยนางรม การเเกะหอยนางรมและรับประทานหอยนางรมอย่างถูกวิธี สะอาดและปลอดภัย มีมัคคุเทศก์ท้องถิ่น บรรยายเรื่อง วิถีชีวิตชาวประมง นอกจากจะให้ความรู้แล้วยังมีกิจกรรม เพื่อความบันเทิงเช่น การแสดงหนังตะลุงและกิจกรรมสันทนาการของนักท่องเที่ยว

2.แพภูตะวัน

ที่ตั้ง : ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

      หากใครที่ชื่นชอบความธรรมชาติ และหลงรักการนอนแพ ต้องตัดสินใจไปที่นี่เลย “แพภูตะวัน” ความน่าสนใจของแพแห่งนี้คือความแตกต่างของด้านหน้าแพ ซึ่งบ้านพักแต่ละหลังมีการตกแต่งด้วยกระจกใส และหันหน้าสู่ผืนน้ำกว้างใหญ่ ทำให้แขกที่มาเข้าพักได้ชื่นชมทิวทัศน์อันงดงามของเขื่อนได้เต็มตา พลาดไม่ได้กับการลองชิมอาหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาน้ำจืดจากเขื่อน รับประกันความสดและความอร่อยของวัตถุดิบตามแบบฉบับของอาหารปักษ์ใต้ เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้ามาแวะเวียนใช้บริการไม่ขาดสาย เพราะทุกคนต่างหลงใหลในธรรมชาติ และการบริการที่เป็นกันเอง เหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว

3.บ้านเขาสก รีสอร์ท

ที่ตั้ง : 231 หมู่ 6 ตำบลคลองศก อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

       ส่วนใครที่ชอบและหลงใหลการนอนที่พักแบบกระท่อม ชอบความรู้สึกธรรมชาติแบบต่างจังหวัด “บ้านเขาสก รีสอร์ท” นี่แหละจะเป็นที่พักที่ตอบสนองความต้องการของคุณได้เป็นอย่างดี เพราะที่พักแห่งนี้มีลักษณะเป็นกระท่อมหลังเล็ก ๆ ล้อมรอบไปด้วยธรรมชาติอันเขียวขจี อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสกเพียงไม่กี่นาที สามารถเดินทางได้โดยสะดวก ห้องพักแต่ละห้องมีลานระเบียงเอาไว้ให้คุณได้ชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติที่อยู่รายล้อมห้องพัก หรือจะลงมาเดินเล่นในสวนได้ตามอัธยาศัย มีแผนกต้อนรับส่วนหน้า 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันคุณยังสามารถเข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ ที่รับรองว่าแต่ละกิจกรรมคุณจะได้พบและชื่นชมกับความสวยงามทางธรรมชาติของเขาสกได้ทุกอณู

       เป็นยังไงบ้างคะ ? กับการตะลอนเที่ยว ตะลอนชิม ตะลอนชอป ตะลอนชิลล์จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่เรานำมาฝากทุกคนกันอย่างเต็มอิ่ม หากใครที่กำลังวางแผนจะไปเที่ยวเมืองไข่เค็มแบบนี้ก็สามารถเก็บไว้พิจารณาดูได้นะคะ เพราะไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะมีโอกาสนอนพักผ่อนท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ ล้อมรอมไปด้วยธรรมชาติของขุนเขาและลำธาร เที่ยวในสถานที่ที่เราไม่เคยลองไป กินและชอปกันอย่างสุดจนลืมเงินในกระเป๋า หากใครที่อยากมีความสุขแบบเราก็ลองเลือกจังหวัดสุราษษฎร์ธานีเป็นลิสต์ในการเที่ยวดูนะคะ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขง่าย ๆ หาได้ในประเทศไทย เจอกันใหม่ทริปหน้าเด้อ บ๊าย บาย